วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์




ความหมายของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์คืออะไรคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องมือทางอิเล็คทรอนิคส์ ที่ช่วยผ่อนแรงงานทางด้านสมอง ให้กับมนุษย์ขนาดของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแบ่งออกเป็น 3 ขนาดคือ

1. Main Frame Computer (เมนเฟรมคอมพิวเตอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ จุข้อมูลได้มาก ใช้กับธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ หรือ ทั่วโลก ประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งข้อมูลแบบออนไลน์ (On-Line) ราคาแพงมาก (ประมาณ 100 ล้านบาทขึ้นไป) ธุรกิจในประเทศไทย ที่ใช้เครื่อง Main Frame Computer ได้แก่ ธนาคาร , สายการบิน , ตลาดหุ้น เป็นต้น

2. Mini Computer (มินิคอมพิวเตอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ใช้กับธุรกิจขนาดกลาง เช่น ตามบริษัท , โรงพยาบาล , โรงเรียน , มหาวิทยาลัย ที่มีการออนไลน์ ภายในตัวอาคาร ไม่ไกลมากนัก ราคาเครื่องจะประมาณ 1 ล้านบาทขึ้นไป

3. Micro Computer (ไมโครคอมพิวเตอร์) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครื่อง PC (Personal Computer) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ใช้เฉพาะ บุคคล (1 คน ต่อ 1 เครื่อง) ราคาถูก ประมาณเครื่องล่ะ 10,000 บาท ขึ้นไป ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมาก เกือบทุกธุรกิจ เพราะราคาถูก หาซื้อง่าย และประสิทธิภาพก็ใกล้เคียงกับเครื่องรุ่นใหญ่ สบาย ๆ ในปัจจุบัน ยังมีเครื่องขนาดเล็กอีก คือ เครื่องกระเป๋าหิ้ว หรือที่เรียกว่า Note Book , Lab Top และเครื่องขนาดกระเป๋าเสื้อ หรือ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่อง ปาลม์ Palmระบบของคอมพิวเตอร์ (Computer System) ระบบของคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็น 3 ระบบคือ1. Hard Ware (ฮารด์แวร์) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่เราจับต้องได้ และมองเห็น ดังนั้น อุปกรณ์ที่เป็นคอมพิวเตอร์ หรือ เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็น Hard Ware ทั้งสิ้น โดยจะแบ่งอุปกรณ์ Hard Ware ออกเป็น 3 หน้าที่คือ

1.1. Input Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล ได้แก่ แป้นพิมพ์ Keyboard , เม้าส์ Mouse

1.2. Processing Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ประมวลผล ได้แก่ CPU (Central Processing Unit) ในที่นี้ก็คือ เจ้ากล่องเหล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่นั่นแหละครับ เราเรียก CPU ลักษณะจะเป็น Case คือตัวเครื่อง

1.3. Output Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ออกมา ได้แก่ จอภาพ Monitor , เครื่องพิมพ์ Printer , สแกนเนอร์ Scanner , ลำโพงเสียง Speaker , โปรเจคเตอร์ Projector เครื่องฉายภาพในขณะเดียวกัน ยังมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง Input Unit และ Output Unit ได้ด้วย เช่น เครื่องบันทึก/อ่าน แผ่นดิสก์ (Disk Drive) , เครื่องบันทึก/อ่าน แผ่นซีดี (CD Read/Writer) , เครื่องถ่ายภาพระบบดิจิตอล Digital Camera2. Soft Ware (ซอฟท์แวร์) คือ โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นชุดคำสั่ง ที่ถูกเขียนขึ้นมาจาก ภาษาทางคอมพิวเตอร์ (Computer Language) เพื่อสั่งให้อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ Soft Ware แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ2.1 System Soft Ware คือ โปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (OS = Operating System) เช่น บนเครื่อง Main Frame Computer ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า UNIX , บนเครื่อง Mini Computer ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า OS/2 , บนเครื่อง Micro Computer หรือ PC ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า DOS , หรือในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมากคือ Microsoft Windows นั่นเอง ซึ่ง โปรแกรมวินโดวส์นี้ ก็มีหลายเวอร์ชั่น (Version) ออกมา เช่น Windows 3.11 , Windows 95 , Windows 98 , Windows 2000 , Windows ME และล่าสุดตอนนี้ก็คือ Windows XP2.2 Application Soft Ware คือ โปรแกรมประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องถูกเขียนขึ้นมาจากภาษาทางคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมสำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป ได้แก่Microsoft Word เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับงานพิมพ์ทั่ว ๆ ไปMicrosoft Excel เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับงานด้านการคำนวณ , ตาราง , สถิติ , กราฟMicrosoft PowerPoint เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับการทำสไลด์ , งานนำเสนอ PresentationMicrosoft Access เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับฐานข้อมูล (Data Base Management)ปกติโดยทั่วไปเราจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป 4 ชื่อนี้ในที่ทำงานต่าง ๆ โดยเรียกรวมว่า Microsoft OFFICEนอกจากนี้ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานอีก อาทิ เช่นMicrosoft Publisher เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทำนามบัตร , ป้ายประกาศต่าง ๆ , การ์ด ต่าง ๆAutoCAD เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเขียนแบบPhoto Shop เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการตกแต่งภาพ3D Studio เป็นโปรแกรมทำภาพเคลื่อนไหว AnimationPage Maker เป็นโปรแกรมเกี่ยวกับโรงพิมพ์ เป็นต้น3. People Ware (พีเพิ่ลแวร์) คือ บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ทำงานในงานทางด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งงานทางคอมพิวเตอร์นั้น ก็จะแบ่งหน้าที่ต่าง ๆ กัน สามารถแบ่งบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ เป็นตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้BOSS คือตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุด เช่น เจ้าของบริษัท Microsoft คือ Bill Gate เป็นต้นAdmin คือตำแหน่งของผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโปรแกรม Word เป็นต้นSystem Analysis คือตำแหน่งของนักวิเคราะห์ และออกแบบระบบProgrammer คือตำแหน่งคนเขียนโปรแกรม (ถือว่าตำแหน่งนี้สำคัญที่สุด)Operator คือตำแหน่งผู้ดูแลระบบเครื่องต่าง ๆ คล้าย ๆ กับช่างคอมพิวเตอร์Users คือตำแหน่งของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์Data Entry คือตำแหน่งของผู้ป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ประวัติของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ในยุคเริ่มต้น มีขนาดใหญ่โต เทอะทะ อืดอาด และทำงานได้ไม่จำกัด คอมพิวเตอร์ยุคก่อน เป็นเครื่องเทอร์มินัล หรือ คอมพิวเตอร์ลูกข่ายเป็น เครื่องที่ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เล่น ตอนปลายปี1960 คอมพิวเตอร์ลูกข่ายนี้ ไม่มีจอภาพ ในการเล่น ต้องพิมพ์คำสั่งลงบนคีย์บอ&Atil de;์ดซึ่งมีหน้าตา เหมือนพิมพ์ดีด เมื่อป้อนคำสั่งเขาไปต้องรอจนกว่าผล&Arin g;ัพธ์ของมันจะส่งเสียง ชัก-กะ-ชัก ออกมา จากเครื่องพิมพ์ดีด พิมพ์ผลงานออกมาบนกระดาษในสมัยก่อนคÔ ;ดว่าคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องกลที่มี& cent;นาดใหญ่ราคาแพงและ เป็นของผู้ใหญ่แต่เสน่ห์ของมันอยู่ที ่การที่เราสามารถควบคุมการทำงานของ&Aacut e;ันได้มันจะทำงานตามคำสั่งที่ เราป้อน จนปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามา&Aacu te;ีบทบาท เข้าไปยึดครองสำนักงาน และ บ้านเรือนเราไปเสียแล้ว คอมพิวเตอร์ลดขนานลงและเพิ่มพลังสูงข& Ouml;้น ในขณะที่ราคาถูกลงอย่างน่าใจหายทั้งห&Aacu te;ดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชิบคอมพิวเตอร์ราคาถูกพบได้ที่ในเคร ื่องยนต์ นาฬิกา การป้องกันการล็อคตายในระบบเบร ค เครื่องโทรสาร ลิฟต์ ปั้มน้ำมัน กล้องถ่ายรูป ฮลฮ เด็กนักเรียนในยุคปัจจบันทำทำงานอ&Acir c;่างน่าทึ่งบนเครื่องคอมพิวเเตอร์ ส่วนบุคคลขนาดเพียงเท่าหนังสือเรียนแ ต่พลังการทำงานสูงกว่าคอมพิวเตอร์ขน&O grave;ดใหญ่มโหฬารของคนรุ่น ที่แล้วในยุคนี้การใช้เครื่องคอมพิวเ&mic ro;อร์ในการคำนวณไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น ของแพงคอมพิวเตอร์แทรกเข้าไปใน ทุกส่วนของชีวิต เรากำลังอยู่บนธรณีของการปฎิวัติใหญ่&Iac ute;ีกครั้ง ครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการสื่อสารกÑ ;บมนุษย์ และทำงานรับใช้มนุษย์ การเชื่อมต่อกันทั่วโลกจะก่อให้เกิด&agrav e;ครือข่าย ( NETWORK) ซึ่งเรียกขานกันแล้วว่า "ด่วนข้อมูลข่าวสาร" ผู้บุกเบิกเส้นทางนี้คือ อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันซึ่งเป็นการต่&Iacu te;เชื่อมคอมพิวเตอร์บางกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันโดย&at ilde;ช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันในการ NETWORKในสมัยก่อนมีแนวคำถามว่าจะออกมาในร&Ugr ave;ปแบบใดโดยคาดว่าเราอาจจะสื่อสารถึงกั นโดย ใช้อุปกรณ์หลากหลาย รวมทั้งบางอย่างซึ่งอาาจะมองคล้ายโทร ทัศน์ และอาจคล้าย พีซี ในปัจจุบัน บางอย่างก็อาจจะคล้ายโทรศัพท์ และบางอย่างก็อาจจะมีรูปร่างเท่ากระเ&ra quo;ําเงิน แต่หัวใจ สำคัญของทั้งหมดนั้น ก็คือ คอมพิวเตอร์ที่มีพลังงานสูง สามารถต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ นับล้านเครื่อง ได้โดยที่ตาเรามองไม่เห็นความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติà ;กิดขึ้นเนื่องจากมีใครสักคน คิดประดิษฐ์เครื่องมือที่ดีกว่า และทรงพลัง มากกว่าเดิม เครื่องมือเชิงกายภาพช่วยให้ทำงานได&eacut e;เร็วขึ้น และช่วยเหลือผู้คนจากการใช้แรงงานหนั&iexc l; ผานไถ และวงล้อมของล้อ ปั้นจั่น และรถตักดิน ต่างก็เป็นเครื่องขยายสมรรถนะทางกายภ& Ograve;พของผู้ใช้ทั้งสิ้น อุปกรณ์ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องเชื&e grave;อมโยงเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยขยาย ปัญญามากกว่ากำลังกล้ามเนื้อของผู้ใª ;้ ภารกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกี่ยวข้องกั บการตัดสินใจและความรอบรู้ดังนั้นเคร ื่องมือในการให้ข้อมูล ข่าวสารจึงกลายเป็นจุดสนใจของนักประดิ&Eacut e;ฐ์ทั้งหลาย และเป็นจุดสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆเนื่องจาก ข้อมูลข่าวสารใดๆที่นำเสนอได้ด้วยกา&A tilde;เรียบเรียงเป็นตัวอักษรเครื่องมือเ หล่านั้นก็จะแปลง ให้ข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมดอยู่ในรูป&mic ro;ัวเลข หรือในรูปของวงจรไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร&i grave;นำไปประมวลผลได้ง่าย โลกปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์มากกว่า 100 ล้านเครื่อง ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน ก็คือเพื่อจัดการกับ ข้อมูลข่าวสาร ช่วยให้เราเก็บรวบรวมข้อมูลได้ง่ายข&Oum l;้น และข่าวสารทั้งหมดก็แปลงให้อยู่ในรู&raqu o;ตัวเเลข เรียบร้อยแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ คอมพิวเตอร์จะเปิดโอกาสให้เราเข้าถึ§ ;ข้อมูล ได้แทบจะทุกรูปแบบ เท่าที่มีในโลกชนิดของคอมพิวเตอร์ ชนิดของคอมพิวเตอร์นั้น แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

1.Super Computer คอมพิวเตอร์ชนิดนี้ใช้กันมากในงานด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การพยากรณ์อากาศ การวิจัยทางด้านสาธารณสุข โครงการยานอวกาศ2.Mainframes Computer คอมพิวเตอร์ชนิดนี้ใช้กันมากในวงการธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อใช้ในงานประมวลผลข้อมูลในลักษณะที่เรียกว่าการเข้าสู่ส่วนกลาง (Centralization)

3.Mini Computer ธุรกิจที่ใช้มินิคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะได้แก่

3.1) ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้มินิคอมพิวเตอร์เป็นระบบคอมพิวเตอร์หลักสำหรับงานทั่วๆ ไปในธุรกิจ

3.2) ธุรกิจขนาดใหญ่จะใช้มินิคอมพิวเตอร์สำหรับงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการลดงานของเมนเฟรม คอมพิวเตอร์ ได้แก่ การใช้มินิคอมพิวเตอร์ในการจัดทำข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (EDITING) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่จะส่งไปประมวลผลที่เมนเฟรมคอมพิวเตอร์นั้น เป็นข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอนแล้ว

4.Micro Computer ใช้กันอย่างกว้างขวางตามบ้าน ในสำนักงาน ในธุรกิจขนาดเล็กแม้กระทั่งในสถาบันการศึกษา เพื่อใช้เป็นเครื่องช่วยการเรียนการสอน การที่นำเอาไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้กันมากในธุรกิจขนาดเล็กนั้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายสูง ในการที่ต้องซื้อหรือเช่าระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มาใช้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นร้านค้าปลีกที่จะใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการบันทึกรายละเอียดสินค้าคงเหลือ และทำบัญชีต่างๆ นอกจากนี้นยังอาจนำไปใช้ในการเล่นเกม บันทึกความจำ เช่น การนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์และใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารโดยใช้ระบบไทม์แรชริ่ง (Time-Sharing) ด้วยก็ได้

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551

บทที่ 6 หลักการแก้ปัญหากับภาษาคอมพิวเตอร์

1.ให้นร.วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหาต่อไปนี้
1.1หาพ.ท.ของรูปสามเหลี่ยมใดๆ เมื่อสูตรในการคำนวณพื้นที่รูปสามเหลี่ยมคือ 1/2 x สูง x ฐาน
ตอบ 1.การระบุข้อมูลเข้าข้อมูลเข้าก็คือ ความสูงและความยาวฐานของรูปสามเหลี่ยมใดๆ
2.การระบุข้อมูลออกจากโจทย์สิ่งที่เป็นคำตอบของปัญหาคือพ.ท.ของรูปสามเหลี่ยมนั้น
3.การกำหนดวิธีการประมวลผลโจทย์ต้องการหาพ.ท.ของสามเหลี่ยม ก็นำความสูงและความยาวฐานของรูปสามเหลี่ยมใดๆ มาเข้าในสูตรหาพ.ท.สามเหลี่ยม
มีขั้นตอนของการประมวลผลดังนี้
3.1รับค่าความสูงและความยาวของรูปสามเห
3.2 นำมาเข้าสูตร 1/2 x สูง x ฐาน (ได้ผลลัพธ์)

1.2 ตอบ 1.การระบุข้อมูลรับเข้าคือ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี เงินต้นครั้งแรก 1,000 บาท นายสมชายฝากเงิน 5 ปีลี่ยม

2.การระบุข้อมูลออกคือ จากโจทย์สิ่งที่ต้องการหาคือจำนวนเงินทั้งหมดที่นายสมชายมีในบัญชีให้เป็นตัวแปร Y
3.การกำหนดวิธีการประมวลผลโจทย์ต้องการจำนวนเงินทั้งหมด สามารถสรุปเป็นขั้นตอนในการประมวลผลได้ดังนี้
3.1 หาจำนวนเงินดอกเบี้ยที่ได้ในแต่ละปี
ดอกเบี้ย 8% ต่อปี ปีแรก ได้ 1000 x 8/100 = 80 เงินในบัญชีปีแรก =1,080ปีที่ 2 ได้ 1080 x 8/100 = 86.4 เงินในบัญชีปีที่ 2 = 1080 + 86.4= 1,166.4ปีที่ 3 ได้ 1166.4 x 8/100 = 93.3 เงินในบัญชีปีที่ 3 = 1166.4 + 93.3 = 1,259.7ปีที่ 4 ได้ 1259.7 x 8/100 = 100.8 เงินในบัญชีปีที่ 4 = 1259.7 + 100.8 = 1360.5
ปีที่ 5 ได้ 1360.5 x 8/100 = 108.8 เงินในบัญชีปีที่ 5 = 1360.5 + 108.8 = 1469.3
เพราะฉะน้น y = 1469.5 บาท หรือ นายสมชายมีเงินในบัญชีธนาคารเมื่อครบ 5 ปี คือ
1469.50 บาท
1.3ตอบ
การระบุข้อมูลเข้าจากโจทย์ข้อมูลเข้าคือ
- นักเรียนมีทั้งหมด 30 คน
- คะแนนเต็ม 100
คะแนนมีเกณฑ์ให้คะแนนคือ >
80 ได้เกรด 4
70-79 ได้เกรด 3
60-69 ได้เกรด 2
50-59 ได้เกรด 1
2.การระบุข้อมูลออก
ต้องการเกรดเฉลี่ย ของนร. ชั้นม. 4 จำนวน 30 คน
3.การกำหนดวิธีการประมวลผล
1.นำคะแนนเก็บของนักเรียนทั้ง 30 คน มาตรวจสอบ ว่าแต่ละคนได้ เกรดอะไร
2.นำเกรดของทั้ง 30 คนมาบวกกัน
3.นำเกรดที่บวกได้/จำนวนนร.ทั้งหมด
4.ได้เกรดวิชาเทคโนโลยีและสารสนเทศของนร.2.จาก

ข้อ1 เขียนผังงานแสดงขั้นตอนวิธีการในการแก้ปัญหาแต่ละข้อ


3. ตอบ หากเป็นโปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาโปรแกรมคำนวณเกรดเฉลี่ยของนักเรียนในโรงเรียน นักเรียนจะเลือกใช้ภาษาปาสคาล ภาษาจาวา หรือภาษาเดลฟายในการเขียนโปรแกรมดังกล่าว เพราะ จะให้เลือกภาษาปาสคาล เพราะว่าเป็นภาษาในกลุ่มโปรแกรมแบบโครงสร้าง ซึ่งมุ่งเน้นให้มีการแบ่งโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อยๆชัดเจนจากนั้นจึงค่อยเชื่อมโยงทำให้สามารถจัดการได้โดยง่าย ภาษปาสคาลจึงเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับสร้างพื้นฐานความคิดในการเขียนโปรแกรมโครงให้แก่นักเรียน สามารถให้ทักษะในการเขียนโปรแกรมอย่างมีหลักเกณฑ์และถูกต้อง และสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย







บทที่ 5 ความหมายของซอฟต์แวร์

แบบฝึกหัดบทที่ 5
1. จงบอกความหมายของซอฟแวร์
ตอบ การใช้งานระบบสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงาน เช่น การซื้อของโดยใช้บัตรเครดิต ผู้ขายจะตรวจสอบบัตรเครดิตโดยใช้เครื่องอ่านบัตร แล้วส่งข้อมูลของบัตรเครดิตไปยังศูนย์ข้อมูลของบริษัทผู้ออกบัตร การตรวจสอบจะกระทำกับฐานข้อมูลกลาง โดยมีกลไกหรือเงื่อนไขของการตรวจสอบ จากนั้นจึงให้คำตอบว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธบัตรเครดิตใบนั้น การดำเนินการเหล่านี้เป็นไปโดยอัตโนมัติตามคำสั่งซอฟต์แวร์ ทำนองเดียวกันเมื่อซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า พนักงานเก็บเงินจะใช้เครื่องกราดตรวจอ่านรหัสแท่งบนสินค้าทำให้บนจอภาพปรากฏชื่อสินค้า รหัสสินค้า และราคา ในการดำเนินการนี้ต้องใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้ ซอฟต์แวร์ คือ ชุดคำสั่งที่สั่งงานคอมพิวเตอร์เป็นลำดับขั้นตอนของการทำงาน ชุดคำสั่งเหล่านี้ได้จัดเตรียมไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์อ่านชุดคำสั่งแล้วทำงานตาม ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์จัดทำขึ้น และคอมพิวเตอร์จะทำงานตามคุณลักษณะของซอฟต์แวร์ที่วางไว้แล้วเท่านั้น ชนิดของซอฟต์แวร์แบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)
2.อธิบายประสิทธิภาพของซอฟแวร์ประมวลคำนอกเหนือจากที่กล่าวในบทเรียนมา 3 ข้อ
ตอบ 1) สามารถสร้างข้อมูลที่ต้องการนำเสนอเป็นแผนผังองค์กร
2) สามารถสร้างข้อมูลที่ต้องการนำเสนอเป็นแผนภูมิต่างๆ หรือ กราฟได้
3) สามารถสร้างข้อมูลที่ต้องการนำเสนอเป็นรูปภาพ
3.ระบบปฎิบัติการมีหน้าที่อะไร
ตอบ หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ สามารถแบ่งได้ 2 หน้าที่ใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
1. ควบคุมการทำงานของโปรแกรม และอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์รับข้อมูลและแสดงผล (input/output device) รวมถึงการเอื้ออำนวยให้ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างสะดวก หน้าที่นี้เป็นหลักสำคัญ ซึ่งจะขาดเสียมิได้ในระบบปฏิบัติการทุกรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องเล็กไปจนถึงเครื่องใหญ่ สำหรับในเครื่องเล็ก (microcomputer) ระบบปฏิบัติการจะเป็นแบบง่ายๆ และทำหน้าที่ควบคุม ในลักษณะนี้เพียงอย่างเดียว จึงมักเรียกกันว่าเป็น โปรแกรมควบคุม (control programหรือ CP) จุดประสงค์ของหน้าที่นี้ คือ การให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่อง
2. จัดสรรทรัพยากรซึ่งใช้ร่วมกัน (shared resources) ความหมายของหน้าที่นี้จะเห็นได้ชัดในเครื่องระดับใหญ่ (mainframe) ซึ่ง่จะมีอุปกรณ์ต่างๆ จำพวกหน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ ฯลฯ ซึ่งมีสมรรถนะ หรือขนาดใหญ่ เกินความจำเป็นของงานแต่ละงาน จึงมีการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกัน ในลักษณะของระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (multiprogramming) หน้าที่ของระบบปฏิบิตการ จึงต้องครอบคลุม ถึงการจัดสรรทรัพยากรเหล่านี้ เพื่อขจัดความขัดแย้ง โดยคำนึงถึงความยุติธรรมต่อผู้ใช้แต่ละคน และประสิทธิผลของเครื่องเป็นหลักสำคัญ
4.จงอธิบายลักษณะของซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะทาง
ตอบ 1) ซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นใช้งานเฉพาะ คือ ซอฟต์แวร์ที่เขียนตามความต้องการของผู้ใช้หรือเฉพาะงานใดงานหนึ่ง ผู้เขียนต้องเข้าใจงานและรายละเอียดของการประยุกต์นั้นเป็นอย่างดี เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับงานจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ซอฟต์แวร์งานธนาคาร
5.อธิบายประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ตารางทำงานนอกเหนือจากที่กล่าวมาในบทเรียน 3 ข้อ
ตอบ 1เรายังสามารถทำกราฟเส้น
2 ทำแผนผังองค์กรณ์ได้
3เรียงลำดับตัวอักษรได้
6.จงบอกประโยชน์ของซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล
ตอบ จากลักษณะความแตกต่างระหว่างระบบฐานข้อมูลกับแฟ้มข้อมูล จะเห็นได้ว่า ระบบฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า ซึ่งหน้าที่ในการจัดการต่างๆ เป็นของซอฟต์แวร์ดีบีเอ็มเอส ผลประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์นี้ สรุปได้ดังนี้
- ควบคุมความซ้ำซ้อนของข้อมูล
- ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล โดยการกำหนดระดับของการเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้อง
- เตรียมส่วนติดต่อกับผู้ใช้ แม้ในกรณีที่มีผู้ใช้หลายๆคนพร้อมกัน
- นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี
- ควบคุมข้อบังคับต่างๆ ของข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
- ดูแลส่วนการสำรองข้อมูล (Back up) และการกู้ข้อมูล (Recovery) ของฐานข้อมูล
7.แอสแซมบลีเป็นภาษาระดับใด และมีลักษณะอย่างไร
ตอบ คือ ภาษาระดับต่ำ ภาษาแอสแซมบลี เป็นภาษาที่ใช้คำในอักษรภาษาอังกฤษเป็นคำสั่งให้เครื่องทำงาน
8.ตัวแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องมีกี่ประเภท
ตอบ ตัวแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องมี 9 ประเภท ได้แก่
1.ภาษาฟอร์แทรน
2.ภาษาโคบอล
3.ภาษาเบสิก
4 ภาษาปาสคาล
5.ภาษาซีและซีพลัสพลัส
6.ภาษาวิชวลเบสิก
7.การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ
8.ภาษาจาวา
9.ภาษาเดลฟาย

หน่วยรับเข้า